CHEESE <3

posted on 12 Sep 2011 21:45 by monkiiz-monk

                     เมื่อเอ่ยถึง ชีส (cheese) หลายท่านคงเข้าใจว่า ชีส ก็คือ เนย แต่ที่จริงแล้ว เนย คือไขมันล้วน ๆ ที่ถูกแยกออกมาจากไขมันนมสด สำหรับ ชีส คือผลิตภัณฑ์นม ซึ่งเปลี่ยนลักษณะไปเป็นของแข็งด้วยกระบวนการทางอุตสาหกรรมอาหาร โดยการเติมเชื้อจุลินทรีย์ลงไปในนม ให้นมจับกันเป็นลิ่ม และแยกตัวเป็นชั้นของแข็งเรียกว่า “เคิร์ด” ซึ่งในส่วนนี้จะถูกนำมาทำเป็น ชีส และในชั้นของเหลวเรียกว่า “เวย์” ที่มีคุณค่าทางอาหาร

                    จะถูกนำไปเลี้ยงสัตว์ บางครั้งยังสามารถนำไปทำยา หรือเครื่องบำรุงผิว เมื่อทราบว่า ชีส คืออะไรแล้ว ต่อไปจะเล่าว่า ชีส มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างไรบ้าง ชีส เป็นแหล่งอาหาร ที่ประกอบไปด้วยโปรตีน แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส สังกะสี สูงไม่แพ้นม และวิตามินบี 12 ของอาหารประเภทมังสะวิรัตน์อีกด้วย ขณะที่มีน้ำตาลแลคโตสในอัตราที่ต่ำกว่านม ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ที่มีปัญหาในการดื่มนม สำหรับท่านที่มีปัญหาในการดื่มนม อธิบายเพิ่มเติมดังนี้ บางคนร่างกายขาด “น้ำย่อยแลคโตส” หรือมีน้อย ทำให้เมื่อดื่มนมแล้ว ร่างกายไม่สามารถที่จะย่อย “น้ำตาลแลคโตส” ที่มีอยู่ในนมได้ ส่งผลให้น้ำตาลแลคโตสที่เหลืออยู่ในร่างกายผ่านเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ และถูกย่อยโดยแบคทีเรีย จนเกิดการหมักหมมเป็นก๊าซ และกรด ทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเสีย หรือปวดท้อง ดังนั้นผู้ที่มีปัญหาในการดื่มนม จึงหันมารับประทาน ชีส แทนโดยไม่เกิดอาการแพ้เหมือนการดื่มนม เนื่องจาก ชีส เป็นอาหารที่มีสารอาหารเข้มข้น

                    ชีส จึงเหมาะสมสำหรับเด็กวัยกำลังเจริญเติบโต ซึ่งต้องการอาหารที่มีพลังงาน และสารอาหารสูง โดยเฉพาะโปรตีน และแคลเซี่ยมซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเนื้อกระดูก ช่วยทำให้กระดูกแข็งแรง และสามารถป้องกันโรคกระดูกพรุนได้ (การเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแกร่งควรจะเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก จนเป็นผู้ใหญ่ และเข้าสู่วัยสูงอายุ) นอกจากนี้ ชีส ยังเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพฟัน เพราะมีน้ำตาลในปริมาณต่ำ แต่มีโปรตีนในรูปของแคลเซี่ยมที่ช่วยเคลือบผิวฟัน และป้องกันฟันผุ การรับประทาน ชีส อาจจะได้รับไขมันมากกว่าการดื่มนมเล็กน้อย แต่จะให้คุณประโยชน์มากกว่า การรับประทานเค้ก คุกกี้ หรือช็อกโกแลต ซึ่งให้แต่พลังงาน และไขมันเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่ ชีส ให้สารอาหารที่มีประโยชน์มากมายเหมือนนม สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องน้ำหนัก อาจเลือกรับประทาน ชีส ที่ทำจากไขมันต่ำ เพราะจะมี คลอเรสเตอรอล ต่ำด้วยเช่นกัน

                   ดังนั้น ชีส จึงเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับบุคคลทุกเพศทุกวัย

     แม้ว่าชีสจะไม่ได้เป็นอาหารดั้งเดิมในบ้านเรา แต่ตอนนี้ชีสกำลังเข้าครอบครองเมนูต่างๆ ในร้านอาหารอย่างแพร่หลาย ใครที่ได้ลองลิ้มชิมรสแล้วเป็นต้องติดอกติดใจกันจนต้องหาซื้อมาติดบ้าน เพราะนอกจากรสชาติอร่อยแล้วยังอุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆ ด้วยค่ะ

      Cheese : ที่คุณต้องรู้จัก
      เมื่อพูดถึงชีส (Cheese) คนส่วนใหญ่คงเข้าใจว่าคือเนย ที่เรานำมาทาขนมปังกิน ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นเนยคนละประเภทกันค่ะ เนยที่หลายคนคุ้นเคยและเข้าใจนั้น คือเนยเหลว (Butter) ทำจากไขมันในน้ำนม ส่วนเนยแข็งหรือชีสทำจากโปรตีนในน้ำนม โดยผ่านขั้นตอนการคัดแยกโปรตีนด้วยการเติมกรดเรนเน็ต (Rannet) เพื่อทำปฏิกิริยาให้น้ำนมแยกตัวกับน้ำและจับกันเป็นก้อน เรียกว่า เคิร์ด จากนั้นก็นำก้อนโปรตีนนี้มาบ่มกับเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราจนกลายเป็นเนย แข็งค่ะ

       Cheese : คุณค่าทางอาหาร
      ไม่ว่าน้ำนมของสัตว์ชนิดใดสามารถนำมาทำชีสได้หมดค่ะ แต่ตอนนี้ที่นำมาทำมี 5 ชนิด คือ นมวัว นมแพะ นมแกะ นมควาย และนมอูฐ ซึ่งขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ ด้วยว่านิยมกินนมจากสัตว์อะไร
       นอกจากนี้สภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศ และหญ้าที่กิน ยังส่งผลให้ชีสแต่ละประเทศมีรสชาติแตกต่างกัน แม้ว่าจะทำจากนมชนิดเดียวกันก็ตาม
       เมื่อชีสทำจากโปรตีนในน้ำนม จึงให้โปรตีนเหมือนเนื้อสัตว์ ที่สำคัญชีสยังเป็นแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยฟอสฟอรัส สังกะสี และวิตามินบี 12 
       ใครที่กินนมไม่ได้ การหันมากินชีสแทนก็เป็นอีกทางเลือกที่ทำให้คุณได้รับสารอาหารครบถ้วน ไม่ต่างจากการดื่มนมเลยทีเดียวค่ะ
       เมื่อเปรียบเทียบคุณค่าทางอาหารของชีสจะพบว่า ใกล้เคียงกันมาก เช่น ชีสที่ทำจากนมแพะจะมีโมเลกุลเล็กกว่าชีสที่ทำจากนมวัว จึงทำให้ย่อยและดูดซึมได้ดีกว่า ส่วนคุณค่าด้านอื่นๆ ไม่แตกต่างกัน แต่สิ่งต้องต้องระวังคือความเค็ม เพราะขั้นตอนการทำชีสนั้นมีเกลือเป็นส่วนประกอบอยู่ด้วย และบางชนิดก็มีเกลือเยอะมาก  

      Cheese : ประเภท
      ปัจจุบันมีชีสจากทั่วโลกมากกว่า 3,000 ชนิด แต่ละชนิดจะเรียกชื่อตามท้องถิ่นที่ผลิต โดยแยกได้ตามลักษณะ เช่น ชนิดของน้ำนมที่ใช้ ระยะเวลาและอุณหภูมิที่ใช้ในการหมักบ่ม เชื้อราที่ใส่ พื้นผิวและความราบเรียบของชีส ซึ่งสามารถแยกประเภทอย่างคร่าวได้ดังนี้
      -Fresh Cheese คือชีสที่กินได้สดๆ เลย ไม่ต้องผ่านความร้อนและการหมักบ่ม กลิ่นและรสอ่อน เนื้อนิ่มเป็นครีม แต่มีความชื้นสูง เช่น Cream, Ricotta

      -Soft-White Cheese เป็นชีสที่ต้องหมักบ่มด้วยเชื้อราสีขาว แต่ไม่ใช้เวลาบ่มนาน มีความเข้มข้นของครีมสูง เนื้อเป็นครีมกึ่งแข็งกึ่งนุ่ม ความชื้นน้อย เมื่อกินจะค่อยๆ ละลายในปาก เช่น Brie, Camembert
      -Natural-Rind Cheese เป็นชีสที่ทำจากนมแพะและนมแกะ ผ่านการกดอัดน้ำทิ้งจำนวนมากจึงมีความชื้นน้อย จากนั้นก็หมักด้วยเชื้อราสีฟ้า หลังหมักผิวค่อนข้างย่น รสชาติเข้มข้น เช่น Crottin de Chavignol
      -Wash-Rind Cheese เป็นชีสที่มีผิวด้านนอกสีส้มน้ำตาล เกิดจากการล้างด้วยน้ำเกลือระหว่างการบ่ม มีตั้งแต่กลิ่นหอมจากเครื่องเทศไปจนถึงกลิ่นฉุน เช่น Herve, Munster
      -Hard Cheese เป็นชีสที่เกิดจากการนำหางนมออกไปจนเหลือความชื้นในเนยแข็งเพียงเล็กน้อย เปลือกเนยแข็งจะหนา เนื้อแข็ง ใช้เวลาบ่มนาน รสชาติจัดจ้าน เช่น Cheddar

      Cheese : เลือกซื้อ&เก็บรักษา
      สำหรับการเลือกซื้อชีสให้ได้คุณภาพดีนั้นฉลากที่ก้อนชีสต้องมีคำว่า AOC Appellation d'Origine Controlee หรือ Appellation D'Origine เป็นการการันตีคุณภาพสินค้าว่าผ่านกระบวนการผลิตและรสชาติเป็นแบบดั้งเดิม ของท้องถิ่นนั้นๆ ค่ะ
      นอกจากการเลือกซื้อชีสที่ได้คุณภาพแล้ว ยังขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการจะเอาชีสไปทำอะไร เช่น ถ้าจะทำแซนด์วิช ควรซื้อพวก Swish Cheese, Cheddar Cheese ที่หั่นบางๆ ก็ได้ แต่ถ้าจะนำมาทาขนมปังก็จะเป็น Cream Cheese, Camembert ถ้าทำเป็นอาหารอบที่ต้องผ่านความร้อนขอแนะนำ Mozzarella Cheese, Parmesan Cheese และหากจะกินกับผลไม้สดหรือสลัดก็ใช้พวก Cream Cheese, Feta Cheese
      ส่วนวิธีเก็บรักษานั้น ควรห่อด้วยกระดาษฟรอยด์มิดชิดแล้วเก็บในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 4องศาเซลเซียส ไม่ควรเก็บในช่องแช่แข็ง เพราะจะทำให้น้ำกับไขมันในชีสแยกตัว
       สำหรับชีสแบบนิ่มที่ขึ้นราแล้วควรทิ้งเลย แต่ชีสแบบแข็งที่ผิวด้านนอกขึ้นรายังไม่มาก อาจขูดผิวนอกทิ้งแล้วใช้ต่อได้ ซึ่งก่อนซื้อทุกครั้งควรตรวจดูวันหมดอายุของชีสด้วยค่ะ
      Cheese : กินอย่างไรไม่อ้วน
      ถ้าเราทำอาหารขึ้นมาเองก็สามารถเลือกได้ว่าต้องการชีสแบบไหน ความเค็มมากน้อยแค่ไหน ไขมันสูงหรือเปล่า หรือจะเอาประเภทไม่มีไขมันเลยก็ยังได้ค่ะ เพราะข้างห่อมีรายรายละเอียดบอกคุณค่าทางอาหารไว้ครบถ้วนอยู่แล้วค่ะ
      แต่ถ้าเราไปซื้ออาหารที่มีส่วนประกอบของชีส เช่น พิซซ่า ขนมปังหน้าชีส หรือฮ็อตด๊อก ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าใช้ชีสประเภทไหน มีเกลือ มีไขมันเท่าไร โดยเฉพาะการซื้อขนมที่มีส่วนผสมของชีสมาให้ลูกเล็กกินด้วยแล้วจะต้องระวัง ให้มากขึ้น เพราะปัญหาที่ตามมาคือเด็กเริ่มอ้วนและเป็นเบาหวานมากขึ้นนั่นเอง
      เพราะฉะนั้น ถ้าอยากให้ลูกกินชีสเพื่อเปลี่ยนรสชาติอาหารบ้าง การทำอาหารให้ลูกกินเองจะดีที่สุดค่ะ เพราะสามารถเลือกชีสให้ที่เหมาะกับเด็กได้ ซึ่งจะแตกต่างจากชีสที่ผู้ใหญ่กิน ของเด็กจะต้องเป็นชีสรสเค็มๆ มัน มีสีขาว เช่น Cream Cheese, Swiss Cheese

เปรียบเทียบได้ตามตารางดังนี้ค่ะ

ชีส ต่อ 20 กรัม

โปรตีน g

 ไขมันg

แคลอรี่ g

โซเดียม mg

Cottage

 3

1

25

40

 Cream

1

10

 90

 60

Brie

4

6

 70

 120

Camembert

 4

5

55

 130

Mozzarella

 5

 5

67.5

 75

Parmesan

7

6

85

 150

Edam

5

 5

75

 195

Cheddar

 5

 7

85

 20

 

ประเภทของชีส

เนยแข็งมีมากกว่า 3,000 ชนิดทั่วโลก ดังนั้นเกณฑ์การแบ่งประเภทและชนิดของเนยแข็งจึงมีความหลากหลาย เนยแข็งบางประเภทแม้จะมีลักษณะเหมือนกันทุกประเภทแต่ก็มีชื่อเรียกต่างกัน ตามแต่ละท้องถิ่น วิธีการจำแนกประเภทของเนยแข็งจึงทำได้โดยอาศัยหลักเกณฑ์บางอย่าง เช่น ชนิดของน้ำนมที่ใช้ ระยะเวลาในการบ่ม เชื้อราที่ใส่ลงไปเพื่อแยกไขมันออกจากน้ำนม อุณหภูมิที่ใช้ในการหมักบ่ม พื้นผิวและความราบเรียบของเนยแข็ง ดังนั้นเนยแข็งจึงสามารถแยกออกเป็นสี่ประเภทใหญ่ดังนี้

 

เนยแข็งประเภท Fresh Cheese
เนยแข็งประเภท Fresh Cheese คือ เนยแข็งที่ไม่ต้องผ่านความร้อนและไม่ต้องหมักบ่ม มีกลิ่นและรสไม่จัด ออกรสเปรี้ยวอ่อนๆ เนื้อในนิ่มเป็นครีม มีความชื้นสูง เช่น Cream Cheese, Feta, Mozzarella, Ricotta, Cottage Cheese, Mascarpone

 

เนยแข็งประเภท Soft-White Cheese
เนยแข็งประเภท Soft-White Cheese คือ เนยแข็งที่ทำจากนมที่มีความเข้มข้นของครีมสูง เนื้อในจึงมีลักษณะเป็นครีมแข็ง ผิวนอกจะค่อนข้างบาง เมื่อทานแล้วจะค่อยๆละลายในปาก มีความชื้นน้อยกว่าเนยแข็งประเภท Fresh Cheese และจะต้องผ่านกระบวนการบ่มด้วยราสีขาวก่อนนำมาบริโภค เช่น Brie, Camembert, Neufchatel

 

เนยแข็งประเภท Natural-Rind Cheese
เนยแข็งประเภท Natural-Rind Cheese คือ เนยแข็งที่ทำจากนมแพะตามแบบฝรั่งเศส มีพัฒนาการมาจากเนยแข็งประเภท Fresh Cheese แต่จะต้องผ่านการขับน้ำทิ้งมากกว่าจึงมีความชื้นน้อยกว่า หลังจากการบ่มเนยแข็งประเภทนี้จะมีรอยย่นพื้นบนผิวรอบนอกมาก มีรสชาติที่เด่นขึ้นด้วย เนยแข็งประเภทนี้จะบ่มด้วยราสีฟ้าค่อนข้างเทา มีจุดสีน้ำเงินออกน้ำตาลที่ผิวเนยแข็ง และเมื่อมีอายุมากขึ้นก็จะมีกลิ่นแรงขึ้นด้วย เช่น Crottin de Chavignol, Sainte-Maure de Touraine

 

เนยแข็งประเภท Wash-Rind Cheese
เนยแข็งประเภท Wash-Rind Cheese คือ เนยแข็งผิวนอกมีความเหนียวและมีสีน้ำตาลส้ม ซึ่งเกิดจากการล้างด้วยน้ำเกลือระหว่างการบ่ม มีตั้งแต่กลิ่นหอมจากเครื่องเทศไปจนถึงกลิ่นฉุน เช่น Herve, Limburger, Munster

 

เนยแข็งประเภท Hard Cheese
เนยแข็งประเภท Hard Cheese คือ เนยแข็งที่เกิดจากการนำหางนมออกไปมากจนความชื้นในเนยแข็งเหลือเพียงเล็กน้อย , Gouda,*เปลือกเนยแข็งจะหนา เนื้อแข็ง ใช้เวลาบ่มนาน เช่น Cheddar, Emmemtal Pecorino, Romano, Beaufort

การแบ่งเนยแข็งออกเป็น 5 ประเภทที่ได้กล่าวไปนี้เป็นเพียงตัวอย่างของการแบ่งประเภทเนยแข็งเพียง คร่าวๆ ในความเป็นจริงแล้วเนยแข็งทั้ง 5 ประเภทยังสามารถแบ่งย่อยได้อีก เช่น แบ่งตามประเทศที่ผลิต แบ่งตามการกดอัดและการปรุงแต่ง แบ่งตามใยหุ้มเชื้อรา เป็นต้น

เนยแข็ง ครีมสด โยเกริ์ต และผลิตภัณฑ์ได้จากน้ำนมต่างมีคุณค่าทางโภชนาการที่ใกล้เคียงกันมาก เนยแข็งจะให้สารอาหารจำพวก โปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส สังกะสี วิตามินบี 12ที่สูงไม่แพ้นม แต่ข้อดีของเนยแข็งคือให้สารอาหารจำพวกน้ำตาลแลคโตสในปริมาณที่ต่ำกว่าในน้ำ นม ดังนั้นการรับประทานเนยแข็งจึงเป็นทางออกที่ดีสำหรับผู้ที่มีปัญหาในการดื่ม นม

สำหรับคนที่มีปัญหาในการดื่มนมเนื่องจากร่าง กายขาดน้ำย่อยแลคโตสหรือมีน้ำย่อยชนิดนี้ในปริมาณที่น้อย เมื่อดื่มน้ำนมเข้าไปแล้วร่างกายไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตสในนมได้ ส่งผลให้เกิดการตกค้างของน้ำตาลแลคโตสในร่างกาย การหมักหมมนี้จะทำให้เกิดแก๊สและกรดในที่สุด ส่งผลให้ผู้รับประทานมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อและท้องเสียในเวลาต่อมา ดังนั้นจึงควรเลือกรับประทานเนยแข็งแทนการดื่มนม

นอกจากนี้เนยแข็งยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่ เหมาะสำหรับเด็กวัยเจริญเติบโต เพราะเนยแข็งให้พลังงาน แคลเซียม และโปรตีนสูง โดยเฉพาะโปรตีนและแคลเซียมซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูก ช่วยเสริมสร้างให้กระดูกแข็งแรงและป้องกันโรคกระดูกพรุน อีกทั้งเนยแข็งยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพฟัน ช่วยป้องกันฟันผุ โดยโปรตีนในรูปของแคลเซียมและฟอสฟอรัสในเนยแข็งจะเป็นตัวช่วยป้องกันสาร เคลือบฟัน อีกทั้งยังช่วยเพิ่มฟองน้ำลายที่ช่วยล้างกรดและน้ำตาลในช่องปากอันเป็น สาเหตุของฟันผุ แม้ว่าเนยแข็งจะมีปริมาณไขมันมากกว่าน้ำนมแต่ก็เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยสาร อาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักและคอเลสเตอรอล แต่ชื่นชอบการรับประทานเนยแข็งก็สามารถเลือกบริโภคเนยแข็งที่ทำจากนมไขมัน ต่ำหรือปราศจากไขมันได้ตามท้องตลาดทั่วไป โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่จะตามมาในภายหลัง

ที่มาของคำว่าชีส
ชีสมีรากศัพท์มาจากคำภาษาละตินว่า caseus รากศัพท์ caseus ในภาษาละตินนี้เป็นรากศัพท์ของคำว่าเนยแข็งในภาษาอื่นๆอีกมากมาย เช่น queso ใน ภาษาสเปน queijo ในภาษาโปรตุเกส keju ในภาษามาเลย์ cacio ในภาษาอิตาลี เป็นต้น caseus มีความเกี่ยวข้องและใกล้เคียงกับคำว่า casein ในปัจจุบัน ศัพท์คำนี้มีความหมายถึง ก้อนโปรตีนที่ได้จากน้ำนมวัวซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของเนยแข็ง เนยแข็ง หรือ ชีส (Cheese) เป็นสิ่งที่คนไทยมักจะเรียกว่า เนย ด้วยความเข้าใจผิด เพราะเห็นว่ามีลักษณะคล้ายคลึงกัน เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาจากนมเหมือนกัน ดังนั้นจึงคิดเข้าใจว่าเป็นอาหารประเภทเดียวกัน ในความเป็นจริงแล้วเนยแข็งไม่ถือว่าเป็นเนย เพราะเนยแข็งเป็นการนำเอาส่วนโปรตีนของนมมาใช้แปรรูป ต่างจากเนยที่นำเอาส่วนของไขมันมาใช้ ดังนั้นในทางโภชนาการเนยและเนยแข็งจึงจัดว่าเป็นอาหารคนละประเภทกัน เนื่องจากในนมมีโปรตีนคุณภาพดีอยู่ในจำนวนมาก ดังนั้นวิธีการแยกเอาโปรตีนออกมาจากนม จึงทำโดยการเติมเอนไซม์เอนไซม์เรนนิน หรือ เรนเนต ที่สกัดได้มาจากกระเพาะสัตว์ และ ไคโมซิน เอนไซม์ที่สกัดได้มาจากแบคทีเรีย เมื่อใส่เอนไซม์เหล่านี้ลงไปในน้ำนมแล้วเอนไซม์จะทำหน้าที่ย่อยโปรตีน ส่งผลให้โปรตีนที่แขวนลอยอยู่ในนม แยกตัวออกมาจับตัวเป็นก้อน เรียกว่า เคิร์ด ก้อนโปรตีนหรือเคิร์ดที่ว่านี้ หากได้มาจากนมสดจะมีไขมันปนอยู่ด้วยส่วนหนึ่ง หากได้มาจากนมขาดมันเนยหรือนมพร่องมันเนย ไขมันที่ติดมาจะมีน้อยลงจนแทบจะเป็นโปรตีนล้วนๆ เมื่อนำก้อนโปรตีนนี้มาบ่มกับแบคทีเรียอีกครั้งก็จะก่อให้เกิดเนยแข็งสารพัด ชนิด แล้วแต่กระบวนการบ่ม ดังนั้นเนยแข็งจึงจัดเป็นอาหารจำพวกโปรตีนเหมือนเนื้อสัตว์

 ความแตกต่างของชีส
นั้นขึ้นอยู่กับ ประเภทและชนิดของน้ำนมที่นำมาใช้ในการผลิต ขึ้นอยู่กับประเภทของแบคทีเรียที่นำมาใช้ในการหมัก ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ใช้ในการเก็บ และยังขึ้นอยู่กับขั้นตอนวิธีการผลิตที่แต่ละชนิดจะมีวิธีการผลิตแตกต่างกัน ไป นอกจากนี้การเพิ่มส่วนผสมเช่น สมุนไพร เครื่องเทศ ยังเป็นการเพิ่มความหลากหลายให้กับเนยแข็งด้วย เนยแข็งเป็นอาหารที่ประโยชน์หลายประการอีกทั้งยังเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยว ในการใช้ประทังความหิว เพราะสะดวกในการพกพา สามารถเก็บรักษาได้นาน ให้สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายโดยเฉพาะ โปรตีน แคลเซียม ไขมัน วิตามินบี 12 สังกะสีและฟอสฟอรัส นอกจากนี้เนยแข็งยังมีน้ำตาลแลคโตสในปริมาณที่ต่ำกว่าน้ำนม ดังนั้นการรับประทานเนยแข็งจึงส่งผลดีแก่ผู้ที่มีปัญหาในการดื่มนมอีกด้วย

 

CREAM CHEESE

"ครีม ชีส" รับประทานง่ายเกือบจะที่สุดเเล้วในบรรดาเพื่อนผองน้องพี่ตระกูลชีสด้วยกัน ค่าที่จัดเป็น Fresh Cheese หรือชีสสดที่ไม่ได้ผ่านการหมักบ่มให้เกิดกลิ่นเเรงๆ หากคุณลองซื้อครีมชีสมาสัก 1 ชิ้น เเล้วลองตัดชิมดู จะพบว่ารสของชีส จะมันๆ หอมๆ หวานธรรมชาติเเบบนมสดในลำคอ ตามด้วยรสเปรี้ยวๆ น้อยๆ ซึ่งคลับคล้ายคลับคลา กับผลิตภัณฑ์นมประเภทนมเปรี้ยว โยเกิร์ตหรือซาวครีม

รสเปรี้ยวๆ นี้ที่หลายคนอาจจะ "เหวอ" เมื่อรับประทานชีสเข้าไป อาจจะกลัวว่าเป็นอาการหนึ่งของการเสื่อมสภาพของพวกนม เเต่อันที่จริงเเล้วรสเปรี้ยวๆ ในชีสนั้นเกิดขึ้นจากกระบวนการตามธรรมชาติในการผลิตชีส

การทำชีสทุกชนิดจะต้องมีการเติมเอนไซม์หรือกรดในธรรมชาติลงไป เพื่อให้เกิดการตกตะกอนของโปรตีนในนม จะเติมอะไรลงไปนั้น ก็เเตกต่างกันตามกรรมวิธีผลิตชีสเเต่ละชนิด อย่างในครีมชีสนั้น จะใช้กรดเเล็กติกที่ผลิตจากเเบคทีเรียที่เรียกว่า Lactic Acid Bacteria ที่เหมือนกันกับการผลิตนมเปรี้ยวเเละโยเกิร์ตนั่นเอง

เมื่อเติมแล็กติกเเอซิดเเบคทีเรียลงในนม เจ้าเเบคทีเรียจะรับประทานน้ำตาลเเล็กโทสในนม เเล้วปล่อยกรดแล็กติกออกมา ความเป็นกรดจะทำให้โปรตีน ไขมัน เเละน้ำบางส่วน จับตัวกันหลวมๆ เป็นก้อนๆ จากนั้นต้องอาศัยความชำนาญในกระบวนการผลิต จัดการเพิ่มอุณหภูมิน้ำนมเเละก้อนๆ ที่เราจะเรียกว่า Curd ให้สูงขึ้นเพื่อกำจัดเเบคทีเรีย เพราะถ้าปล่อยให้เเบคทีเรียโตไปเรื่อยๆ รสก็จะเปรี้ยวขึ้นๆ "Curd" จะกลายร่างกลับมาเป็นของเหลวอีกครั้ง ทำให้การผลิตชีสไม่เป็นผล

ระดับความร้อนเเละเวลาที่ให้นั้นก็ต้องเหมาะสม เป็นเคล็ดลับการผลิตของเเต่ละเจ้า ทำให้ได้ลักษณะเเละรสชาติ พูดง่ายๆ ก็คือ คุณภาพของครีมชีสที่เเตกต่างกัน

เเล้วทำไมครีมชีสถึงได้ชื่อว่าเป็นชีสที่มีเปอร์เซ็นต์ไขมันสูงที่สุดได้ นั้น เกิดจากความสามารถของโปรตีนเเละไขมันในสภาพที่อยู่ในกรดเเล็กติกน้อยๆ ทำให้ทั้งหมดสามารถเกาะรวมตัวกัน นี่เองที่ทำให้นมที่มีไขมันเพียง 3-4% กลายเป็นครีมชีสก้อนที่มีไขมันสูงถึง 33% ได้

หลังจากที่เสร็จกระบวนการผลิต ครีมชีสจะเข้าสู่กระบวนการบรรจุ ไม่ต้องนำไปผ่านกระบวนการเก็บภายใต้สภาวะบังคับ นี่เอง ครีมชีสจึงไม่มีกลิ่นรุนเเรงมากไปกว่าโยเกิร์ตหรือครีมเปรี้ยว

ครีมชีสคุณภาพดีๆ นั้น ต้องมีลักษณะที่เรียกได้ว่าเป็นครีมที่อุณหภูมิห้องที่ไม่เย็น คือ ดูเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน เมื่อใช้มีดหรือช้อนปาดดู จะเนียนเรียบไปกับวัตถุนั้น หากครีมชีสดูเป็นก้อนๆ เเล้วเเห้งๆ เเตกๆ ดูขรุขระ เมื่อปาดไป หรือเเตกเป็นเสี่ยงๆ นั่นอาจมาจากการที่ครีมชีสนั้นผลิตไม่ได้คุณภาพ หรืออาจเป็นได้ว่าครีมชีสนั้นเก็บในสภาพที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดการเเยกตัวของน้ำ เเกะมาจะดูเเฉะๆ ในห่อ เนื้อครีมชีสก็จะดูเเห้งเเตก

ครีมชีสยี่ห้อดังๆ มักจะเติมพวก "Gum" ที่มาจากพืชธรรมชาติ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็น Stabilizer หรือช่วยทำให้ครีมชีสเนียน ยืดอายุการเก็บ ไม่ให้น้ำเเยกตัวออกมา เเละเมื่อผ่านการตี การครีม ด้วยเครื่อง ครีมชีสก็จะยังดูเนียนอยู่เสมอ นี่ก็เป็นอีกตัวเเปรในการเลือกยี่ห้อครีมชีสที่จะใช้

การเก็บครีมชีสนั้น จึงควรอยู่ในตู้เย็นตลอดเวลา เพราะครีมชีสมีอายุการเก็บที่สั้น ที่สำคัญครีมชีสไม่ควรสัมผัสกับอากาศโดยตรง เพื่อป้องกันไม่ให้ชีสเเห้ง มันจะเกิดไตเเข็ง เป็นเม็ดๆ เวลารับประทานจะไม่อร่อย เพราะสากลิ้น

ครีมชีสจะไม่สุกตามธรรมชาติและมีความหมายที่จะบริโภคสดและเพื่อให้มันแตกต่างจากเนยแข็งอ่อนนุ่มอื่น ๆ เช่น Brie และ Neufchatel ก็จะมากขึ้นเปรียบในรสชาติเนื้อสัมผัสและวิธีการผลิตเพื่อ Boursin และ mascarpone

นอกจากนี้ยังสามารถนำมาใช้แทนน้ำมันเนยหรือน้ำมันมะกอกในมันฝรั่งบดเพื่อสร้างรสชาติครีม

 

Ricotta Cheese

เป็นอิตาเลี่ยนชีส ทำมาจากหางนมของน้ำนมวัว มีสีขาว มีความเป็นครีมสูง นุ่ม มีความชื้นสูง
วิธี ทำริคอตต้า ชีส แบบง่ายๆ นำหางนมมาต้มคนไปเรื่อยจนมีอุณหภูมิ 170 องศาฟาเรนไฮด์ แล้วใส่กรดซิตริกลงไป (อาจจะใช้น้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชู) แล้วเพิ่มอุณหภูมิอย่างรวดเร็วให้ได้อุณหภูมิ 180 องศาฟาเรนไฮด์ จะสังเกตุเห็น โปรตีนในหางนมจะแยกตัวออกมาแล้วจับตัวเป็นก้อน หลังจากนั้นก็ช้อนใส่ตะกร้าพักเอาไว้ราว 2 วัน ก็จะได้ ริคอตต้าชีส ว่ากันว่าหางนมที่เหลือจากขั้นตอนการทำ มอสซาเรลล่าชีส นำมาทำริคอตต้าชีส จะอร่อยที่สุด
Ricotta cheese เป็นอิตาเลี่ยนชีส จะมีอยู่ 3 แบบ คือ
ricotta salata moliterna (ewe's milk whey)
ricotta piemontese (cow's milk whey + 10% milk)
ricotta romana (a by product of Romano cheese production)
ริคอตต้าชีส เหมาะสำหรับนำมาใส่ในลาซานญ่า,แคเนลโลนี่,แพนเค้ก,ของหวานต่างๆ

เป็นชีสที่พบมากในสลัด และในพาสต้าบางจาน ชีสชนิดนี้มีรสชาตินุ่มนวล เป็น Soft Cheese ที่ส่วนใหญ่ทำจากนมแกะ

 

Fromage Cheese

ของชาวฝรั่งเศสมีหลายประเภท บางอย่างก็มีกลิ่นเหม็นมากๆ บางแบบก็ไม่มีกลิ่นเลย และอร่อยมาก

ชาวฝรั่งเศสนิยม และถือได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญหลังอาหารเลยก็ว่าได้ ชาวฝรั่งเศสจะรับประทาน ชีส ก่อนจบมื้ออาหารด้วยของหวาน Dessert นั่นเอง

fromage = cheese
frais = fresh
หรือที่รู้จักกันอีกชื่อว่า fromage blanc (blanc=white) หรือ maquée
ซึ่ง เป็นผลิตภัณฑ์จากนม ต้นกำเนิดจาก belgium และทางตอนเหนือของฝรั่งเศส แต่มันไม่เหมือน cheese นะ ประมาณว่ามันจะเป็นลักษณะเหมือนโยเกิร์ต (เป็น curd อะคะ)
ตามปกตินี่ fromage frais จะเป็นพวก fat free แต่โดยมากเค้าจะใส่ครีมลงไปเพื่อให้ได้รสชาดที่ดีกว่า ปกติก็จะใช้เป็นของหวาน ใส่ผลไม้สด หรือ ผลไม้เชื่อมลงไป ใช้ทานเป็นอาหารว่าง หรือหลังจบมื้ออาหาร(savoury dish) ที่นิยมกันในอังกฤษ และ ฝรั่งเศส (โดยเฉพาะตอนเหนือ)

 

Sour Cream

ซาวร์ครีม (Sour cream) คือครีมเปรี้ยวคล้ายกับโยเกิร์ตและนมเปรี้ยว เป็นการใส่เชื้อแบคทีเรียลงในหางครีม เพื่อเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นกรดเปรี้ยว ทำให้ครีมเกาะตัวข้นมากขึ้น ซาวร์ครีมนั้นจะมีรสเปรี้ยวอ่อนๆ ใช้ปรุงแต่งรสชาติอาหารและขนมได้

 

Mascarpone

Mascarpone เป็นเนยอ่อนทำมาจากนมวัวที่ยังไม่ครบกำหนดเหมือนเนยแข็งทั่วๆไปเขาเอามากิน แล้ว.เป็นที่รู้จักกันดีมาจากแคว้น Lombardei (ลอมบาดี)ไม่ไกลจากเมือง Milano (มิลาน)เท่าไร.

เขามักมาทำเป็นอาหารของหวานที่รู้จักกันดีทั่วโลก
ที่เรียกว่า TIRAMISU หรือ เอามาทำพายเนย
หรือกินพร้อมกับพวกผลไม้ต่างๆ.Mascarpone จะไช้
กันมากในการปรุงอาหารอิตาเลี่ยน

เนยแข็งมาส์คาร์โปเน (Mascarpone) นี้เป็นเนยแข็งชนิดสดที่ทำจากนมวัว เป็นเนยแข็งที่ขึ้นชื่อของเขต ลอมบาร์ดี ประเทศอิตาลี  มาส์คาร์โปเน จะไม่จับตัวเป็นก้อนแข็ง แต่เหมือนครีมข้นที่ตีขึ้นฟู เนื้อละเอียด สี งาช้าง มีรสหวานจากน้ำตาลแล็กโทสในน้ำนม จึงนิยมนำมาทำของหวานหรือผสมกับผลไม้ แต่ในเขต  Friuli จะผสมเนยแข็งมาส์คาร์โปเนกับแอนโชวีหรือปลาเค็ม มัสตาร์ด และเครื่องเทศ เป็นอาหารจานเด่น ของเขตนี้ แต่คนส่วนใหญ่ ชอบมาส์คาร์โปเนในรูปของขนมหวานมากกว่า

มาสคาร์โปน Mascarpone Cream Cheese เป็น ชีสสด (Fresh Cheese) ที่ถือเป็นหัวใจของขนมหวานอย่างทิรามิสุ เป็นครีมชีสที่นุ่มเนียน ใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของทิรามิสุก็คงไม่ต้องบรรยายกันมาก
นอกเหนือจากชีสหลักๆ ที่กล่าวถึงแล้ว ยังมีชีสอีกมากมายหลายชนิดที่ไม่สามารถบรรยายได้หมด อาทิ Gorgonzola, Taleggio, Fontina, Percorino (ชีสที่ทำจากนมแกะ) Caprino (ชีสที่ทำจากนมแพะ)

Mascarpone (English: /ˌmæskɑrˈpoʊniː/ or /ˈmɑːskərpoʊn/, Italian: [maskarˈpoːne]) sometimes mispronounced as if it were spelled "marscapone"[1] is an Italian dairy product made from crème fraîche, denatured with tartaric acid,[2] citric acid or acetic acid.[3] Sometimes buttermilk is added as well, depending on the brand. After denaturation, whey is removed without pressing or aging. One can manufacture mascarpone by using cream and tartaric acid, citric acid, or even lemon juice.[4]

Mascarpone is milky-white in color and is easily spread. It is used in various dishes of the Lombardy region of Italy, where it is a specialty. It is a main ingredient of modern tiramisu. It is sometimes used instead of butter or Parmesan cheese to thicken and enrich risotto.

Mascarpone originated in the area between Lodi and Abbiategrasso, Italy, southwest of Milan, probably in the late 16th or early 17th century. The name is said to come from mascarpa, a milk product made from the whey of stracchino (shortly-aged cheese), or from mascarpia, the word in the local dialect for ricotta (although mascarpone is not made from whey, as ricotta is).

ร้านแนะนำ

New York Cheesecake : ร้านนิวยอร์คชีสเค้ก

New York Cheese Cake ตั้งอยู่ที่   หรือที่เรารู้จัักกันว่า Crystal Design Center อยู่ที่เดียวกับ SGC experience นั่นละค่ะ ลองเดินหาดูนะคะไม่ยากเลย

ด้านหน้าร้านหน้าตาจะเป็นแบบนี้ค่ะ

IMG_0463

ร้านนิวยอร์คชีสเค้ก ได้ยินกิตติศัพท์มาว่าเป็นร้านเค้กที่นำเข้าเค้กมาจากนิวยอร์ค โดยฟรีซมาเลยทีเดียว

 มุ่งหน้าไปยัง CDC หรือคริสตัลดีไซน์เซ็นเตอร์ ตั้งอยู่บนถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทราคนละฝั่งกับคริสตันพาร์ค ถ้ามาจากทางถนนเกษตร-นวมินทร์ หรือรามอินทรา มุ่งหน้าไปยังถนนลาดพร้าว ก็ไม่ต้องกลับรถ

เข้าสู่ CDC ก็ลองวนสักรอบหาที่จอดรถ ร้าน New York Cheesecake ตั้งอยู่กลาง ๆ

ร้านเป็นร้านเล็ก ๆ มีโต๊ะนั่งภายในร้าน และบริเวณรอบ ๆ จัดบรรยากาศไว้ถือว่านั่งชิล ๆ ได้สบาย ๆ เลยทีเดียว

ร้านเล็กๆนะคะ ไม่ได้ใหญ่มาก แต่จะมีโซน โต๊ะเล็กๆในร้าน แล้วก็โต๊ะที่เป็นคล้ายๆ บาร์ยาวๆ แล้วก็มีเก้าอี้ให้นั่งด้านนอกหลายตัวค่ะ แนะนำให้นั่งด้านในถ้าขี้ร้อนนะคะ แต่ด้านนอกถ้าวันไหนไม่ร้อนมากก็จะน่านั่งกว่าด้านในค่ะ

ภายในร้านส่วนใหญ่จะตกแต่งด้วย product ต่างๆที่แลดูแล้วก็ NYC มากๆ เหมือนหลุดไปอยู่อีกโลกนึงค่ะ ของในร้านก็น่ารักมากๆนะคะ แล้วเค้าก็ขายด้วยค่ะ อย่างกระเป๋า Louis Vuitton ด้านบนที่แขวนข้างๆ โ๊ต๊ะเค้าก็ขายนะคะ

สำีหรับเมนู ของที่นี่มีไม่เยอะค่ะ เท่าที่เห็นก็ประมาณสามสี่อย่างเท่านั้นเอง แต่ว่าแต่ละชิ้นนี่ใหญ่เกิ๊นนน ใหญ่มากจริงๆค่ะ เห็นแล้วจะตะลึง คำแนะนำก็คือ คุณควรหาเพื่อนไปทานด้วยซัก 2-3 คนค่ะ หากไปกินคนเดียวรับรองว่าตายคาจานแน่ๆ = =” สนนราคาก็แพงหูฉี่ใช้ได้ค่ะ 179บาท /ชิ้น ++ นะคะ เพราะราคานี้ยังไม่ได้รวม Topping ที่เค้ามีให้เลือก คือพวก Blueburry Rasberry พวกนี้น่ะค่ะ ก็ประมาณ 200 ได้ล่ะ 1ชิ้นรวม Topping แต่ที่แพงขนาดนี้ก็คือ ร้านนี้เค้าไม่ได้ทำขนมเองค่ะ แต่ IMPORTED มาจากเมืองนอกค่ะ ถ้าซื้อเป็นปอนด์ เท่าที่ทราบก็ 2,000บาท ++นะคะ แต่อร่อยคุ้มราคาแน่นอน ยืนยัน รับประกัน !! มาดูหน้าตาแต่ละเมนูดีกว่าค่ะ

สำหรับรสชาตินะคะ ขอบอกว่าชุ่มชื้น นุ่มนวลลิ้นเป็นที่สุดค่ะ ได้กินคำแรกแทบขึ้นสวรรค์ เนื้อชีสมันเปรี้ยวเค็มๆ กลมกล่อมตัดกันกับรสชาติ บลูเบอร์รี่ที่หอมหวานได้อย่างลงตัวมากค่ะ ยิ่งกินยิ่งมันส์ อยากสั่งอีก แต่กินไม่หมดเพราะไม่มีคนช่วยกินแล้ว (ฮาาา)  == ” สำหรับร้านนี้ขอยกให้เป็นสุดยอด New York Cheese Cake แห่งชาติเลยค่ะ เอาไป 100 คะแนนเ็ต็มแบบไม่มีข้อกังขา ทั้ง รูปลักษณ์หน้าตาเค้ก ผ่านฉลุย เนี้ยบจริงๆ รสชาติก็รัณจวนใจมาก กลิ่นหอมแบบ Lemon cheese มันดมแล้วสดชื่นจริงๆ ค่ะ

IMG_0469

บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก เนื้อชีสเค้กที่แน่น แต่ยังนุ่มมีรสเปรี้ยวนิด ๆ ผสมเข้ากับรสชาติของบลูเบอร์รี่ก็ทำให้กินไปได้เพลิน ๆ เหมือนกัน ส่วนตัวถูกใจกับเนื้อชีสเค้ก

สถานที่ตั้ง New York Cheesecake:

คริสตัสดีไซน์เซ็นเตอร์ ระหว่างอาคาร B และ D ประดิษฐ์มนูธรรม คลองจั่น บางกะปิ กรุงเทพฯ 10240

เบอร์โทรศัพท์ New York Cheesecake:

08-9200-5495,0-2102-2065

การเดินทาง New York Cheesecake:

ร้านนิวยอร์คชีสเค้ก อยู่ระหว่างอาคาร B และ D ภายในศูนย์การค้าคริสตัลดีไซน์เซ็นเตอร์ (CDC) ริมถนนประดิษฐ์มนูธรรม

สถานที่จอดรถ New York Cheesecake:

ที่จอดรถของคริสตัลดีไซน์เซ็นเตอร์ (CDC)

เว็บไซต์

 www.mynewyorkcheesecake.com

วันและเวลาเปิดปิดทำการ

 เปิดทุกวัน เวลา 10.30-21.00 น.

บรรยากาศร้าน(บรรยาย)

 นิวยอร์ค ชีสเค้ก เค้กที่ได้รับความนิยมอย่างมากในนิวยอร์ค เรียกได้ว่ามีกันทุกร้านจนต้องแข่งขันกันที่สูตรเด็ดว่าใครจะมัดใจลูกค้าได้ มากกว่ากัน และสำหรับคนที่ชอบรับประทานชีสเค้กจากนิวยอร์คแท้ๆ คุณจะไม่ผิดหวังอีกต่อไป เพราะร้าน New York Cheesecake ได้นำเข้าชีสเค้กรสละมุนมาเอาใจผู้ที่รักการทานเค้กเป็นชีวิตจิตใจแล้ว นอกจากนี้ยังมีเค้กอีกนานาชนิดให้เลือกชิม พร้อมเครื่องดื่มไม่ว่าจะเป็นชา หรือกาแฟ ก็เข้ากันได้ดีกับของหวานอย่างชีสเค้กที่ว่านี้ หลบร้อนไปนั่งชิลล์กันได้ร้านตั้งอยู่ที่ Crystal Design Center ระหว่างอาคาร B และ D นะคะ

เมนูแนะนำ

 นิวยอร์ค ชีสเค้ก, แครอทเค้ก, ช็อกโกแลตชีสเค้ก, โคโค่นัทเลมอนเค้ก, ช็อกโกแลตทรัฟเฟิลชีสเค้ก, ช็อกโกแลตฟัดจ์เลเยอร์เค้ก, แบล็คฟอร์เรสเค้ก,จัมโบ้พีแคนบราวนี่,ไจแอนท์แอปเปิ้ลพาย, เบบี้ชีสเค้ก, กาแฟ, ชา

ราคาเฉลี่ยต่อหัว

 100-200 บาท

จำนวนโต๊ะ

 น้อยกว่า 20 โต๊ะ

บริการอื่นๆ

เครื่องดื่มแอลกฮอล์

 ไม่มี

วิธีการชำระเงิน

 มาสเตอร์การ์ดทุกธนาคาร วีซ่า ทุกธนาคาร

Cheesecake House ซึ่งเชื่อว่าที่นี่ก็เป็นร้านโปรดของใครหลายๆ คนเหมือนกัน

 

Cheesecake House & Restaurant ร้านชีสเค้กตั้งแต่สมัยคุณแม่ เปิดให้บริการความอร่อยของชีสเค้กสูตรโฮมเมดแท้ๆ ปัจจุบันนี้ก็ย่างเข้าสู่ปีที่ 26 แล้วค่ะ และได้ทำการ Renovate ตกแต่งร้านใหม่ ให้กลายเป็นคาเฟ่เล็กๆ

 ในบรรยากาศอบอุ่นน่านั่ง เปิดประตูเข้ามาเจอเคาท์เตอร์ขนมอบหอมกรุ่น อย่างพาย คุกกี้ ขนมปังใกล้ๆ กันเป็นตู้โชว์ชีสเค้กกว่า 20 ชนิดและเค้กอื่นๆ อีกกว่า 20 ชนิด อบสดใหม่ๆให้เราเลือกอร่อยกันได้ตามชอบเลยค่ะ

นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องชีสเค้กแล้ว ที่นี้ยังมีอาหารจานพิเศษให้คุณอิ่มท้องสำหรับมื้อเที่ยง ซึ่งเน้นเมนูง่ายๆ แต่เต็มไปด้วยความอร่อย ไม่ว่าจะเป็น เส้นใหญ่หมูยำแซ่บคะน้ากรอบ (150 บาท) เส้นใหญ่กับหมูนุ่มๆ ราดน้ำยำรสแซ่บ พร้อมผักสดกรอบ ต่อด้วยฟิวชั่นโฮมเมด

 

 สปาเก็ตตี้หมึกดำเนื้อเค็ม (185 บาท) รสกลมกล่อมเผ็ดนิดๆหอมกระเทียมและโหระพา อีกเมนูน่าทาน ข้าวหมูสามชั้นตุ๋นหม้อดิน (150 บาท) หมูตุ๋นหอมเปื่อยนุ่มกับข้าวสวยร้อนๆ ทานเคียงกับกระหล่ำปลีดอง

พักเบรคด้วยเครื่องดื่มเย็นๆ ซักแก้ว 2 แก้วนะคะ Pink Lemonade (60 บาท) น้ำมะนาวสีทับทิมรสหวานเย็นปนซ่า และ Lemongrass Sling (60 บาท) น้ำมะนาวสด หอมกลิ่นใบสาระแหน่ มาลองขนมอบอร่อยๆ กันบ้างค่ะ เริ่มที่ Taro Cup Cake (70 บาท) คัพเค้กเผือกหอมนุ่มกำลังดี Cinnamon Roll (22 บาท) เนื้อแป้งแบบโดนัทราดด้วยครีมชินนาม่อน หรือ Apple & Cinnamon (22 บาท) แป้งนุ่มราดครีมแอปเปิ้ลผสมชินนาม่อน, Lemon Meringue Pie (80 บาท)เลม่อนเมอแรงก์มูสฟูนุ่มหวานตัดเปรี้ยวเข้ากันดี

และไฮไลท์ของร้านนี้ต้องนี่เลย Strawberry Cheesecake (100 บาท) ชีสเค้กเนื้อเนียนสีเหลืองนวลนิ่มนุ่มลิ้น กับสตรอว์เบอร์รี่สดลูกโต และ Strawberry Short Cake (90 บาท) ครีมนุ่มสลับกับแป้งชอร์ตเค้ก ทานกับสตรอเบอร์รี่ซอส

คงไม่เกินไปถ้าจะบอกว่าชีสเค้กของร้านนี้อร่อยที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และเชื่อว่าหากคุณได้ลองทานอาหารและเค้กอร่อยของ Cheesecake House รับรองได้ว่าต้องติดใจและที่นี่จะกลายเป็นร้านโปรดของคุณแน่นอนค่ะ

 ที่ตั้ง : 69/2 ซอยแจ่มจันทร์ (ซอยทองหล่อ 20) เอกมัย เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
โทร : สาขาทองหล่อ 0-2711-4149, สาขาเมเจอร์เอกมัย 0-2714-2880
เปิดบริการ : 09.00 - 21.30 น. ทุกวัน
ราคาต่อท่าน: (โดยประมาณ) : 100 - 200 บาท

ร้านอาหาร Cheesecake Factory ที่ดังเพราะมีชีสเค้กอร่อยๆให้เลือกมากกว่าสามสิบแบบ ใครแวะไปกินอาหารร้านนี้มักจะสั่งชีสเค้กกินเป็นของหวาน อาหารร้านนี้จานโตจนกินเสร็จมักจะอิ่มจนกินชีสเค้กไม่ไหวต้องสั่งกลับบ้านไป กินแทน ร้านนี้มีสาขาทั่วประเทศ แต่ที่ผมแวะไปครั้งล่าสุดคือสาขาที่ตึก John Hancock บนถนนมิชิแกน ครั้งนี้ไปซื้อเฉพาะชีสเค้กมากิน


The Cheesecake Factory ณ ห้าง Macy's ย่านดาวน์ทาวน์ ซานฟรานซิสโก ร้านอยู่ชั้นบนสุด (ชั้น 8 – Sky Terrace)

ที่นั่งมีทั้งแบบอินดอร์และเอาท์ดอร์ ถ้านั่งข้างนอกจะเห็นวิว Union Square ทั้งหมด ด้านนอกมีฮีตเตอร์ด้วย แต่พวกเราขอนั่งข้างในดีกว่า

ตอนแรกเค้าจัดให้นั่งด้านในๆ แต่ขอเปลี่ยนค่ะ อยากได้ที่ริมหน้าต่างมากๆ มุมดีกว่า

ในตู้มีชีสเค้กให้เลือกเป็นสิบแบบเลย เลือกไม่ถูก

น่ากินไหม ชีสเค้กกับสตรอเบอร์รี่สดๆ

สุดท้ายซื้อ Godiva chocolate cheesecake มากิน เค้าให้ช็อกโกเล็ตมาชิ้นนึง กับชีสเค้กที่มีช๊อกโกแล็ตชิ้นเล็กๆผสม โปะหน้าด้วยวิปครีม อร่อยมาก

30th Anniversary Chocolate Cheesecake มาทั้งทีไม่กินชีสเค้กก็จะกระไรอยู่ อร่อยยย ซื้อกลับอีกชิ้น อิอิ

ใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของชีสเค้ก ย่อมรู้จักร้าน Cheesecake House ในซอยทองหล่อ 20 ที่เปิดให้บริการมากว่า 20 ปีแล้ว มาวันนี้จึงถือโอกาสเปิดตัวแบรนด์น้องใหม่ Bibi by Cheesecake House ซึ่งเป็นร้านชีสเค้กในแบบของคุณบีบี้ ทาบาทเจ้าของร้านที่ยังคงความอร่อยในแบบฉบับของชีสเค้ก เฮ้าส์ไว้ไม่เปลี่ยนแปลง

   Bibi by Cheesecake House สร้าง ความประทับใจให้ผู้มาเยือนด้วยบรรยากาศอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน ด้วยโซฟาหลากหลายสีสันชวนนั่ง พรั่งพร้อมด้วยอาหารคาว ชีสเค้ก เค้ก เบเกอรี่ รวมถึงเครื่องดื่มที่เข้าคิวมาให้ชิมกันยาวเหยียด

   มาถึงร้านชีสแค้ก ถ้าไม่สั่งชีสเค้กมาชิมก็ดูจะผิดที่ผิดทาง "ดินสอขอเขียน" จึงไม่รอช้าที่จะชิมความอร่อยของ "สตรอว์เบอร์รี่ ชีสเค้ก" ครีมชีสเนื้อนุ่ม ละมุนลิ้น บวกความเปรี้ยวหวานของสตรอว์เบอร์รี่ลูกโต

   จากนั้นต่อกันด้วย "ทีรามิสุ ชีสเค้ก" ชีสเค้กเนื้อเนียน กรุ่นกลิ่นกาแฟ หรือจะลองเป็น "บลูเบอร์รี่ ชีสเค้ก" เมนูธรรมดาๆ ที่เมื่อได้ลองชิมเป็นต้องติดใจในความละมุนละไมของชีสเค้ก และความเปรี้ยวจากบลูเบอร์รี่

   ที่สำคัญต้องสั่ง Green Tea Jusmine มาจิบคู่ด้วยล่ะก็ นาทีนี้ไม่ว่าใครก็อยากหยุดเวลาไว้ที่ Bibi by Cheesecake House กันทั้งนั้น

   Bibi by Cheesecake House ตั้งอยู่ในโครงการ นิฮอนมาชิ สุขุมวิท 26 เปิดทุกวัน เวลา 12.00-23.00 น. โทร. 0-2258-5647

Cheese & Cake

Our story begins in 1999 when Khun Atcharawan and Khun Somkiat Somchaikulsap each found their owned shop where the products are the homemade bakery and coffee, located in the center of Bangkok around Wireless Rd., Sathorn District, Country of Thailand. Khun Atcharawan loves and enjoys her products and special recipes that created by her to delight the customers’ satisfaction. And, her homemade bakery and cheesecake have a lot of good feedback and satisfied by customers.  Due to the customers’ voice and having grown up in business, Khun Atcharawan developed a deep appreciation for both quality food and the value of satisfied customers. She also acquired a taste for a dessert nearly synonymous with Chiangmai, Thailand – Cheese & Cake. This is the beginning of our gourmet Chiangmai shop, Cheese & Cake.

Best Selling Bakery
-Orange Mousse
-Tiramisu Cheesecake
-New York Cheesecake
-Rum Rasin Cheesecske
-Raspberry Cheesecake
-Blueberry Cheesecake
-Tripple White Cheesemousse
-Blackforest Cheesecake
-Tuxido Cheesecake
-Fruits Light Cheese
etc.,
  Special Coffee
-Espresso Frappe
-Butter Scotch Latte
-Tiramisu Cappuccino
-Almond Mocha Malt
-Espresso Blackforest
-Rum Espresso Frappe
-Green Tea Latte
-Banana-Choc. Frappe
etc.,

Address; 11 Sanambinkao Rd. (Military Wing 41 Entrance),
Suthep Sub-district, Muang District,
Chiangmai 50200
The country of Thailand  
Tel. (6653) 808-552, (6653) 808-553



ที่อยู่;       เลขที่ 11 ถ.สนามบินเก่า (ทางเข้ากองบิน 41)
ต.สุเทพ  อ. เมือง  จ.เชียงใหม่ 50200
Tel. (053) 808-552-3
E-mail; cheeseandcake@gmail.com l cheese@cheese-and-cake.com
Website; www.cheese-and-cake.com
 

edit @ 12 Sep 2011 22:22:09 by monkiiz_monk

 

BOOK!!

posted on 11 Apr 2011 12:49 by monkiiz-monk

ข้อมูลที่ต้องกรอก (แลก)
1.ชื่อ
2.อีเมล
3.ของที่ต้องการ
4.ของที่เธอมี
5.ยูเซอร์เนม ในแจ่มใส

299207900243548230.gif picture by fuyu_034
หมวดหมู่หนังสือ
หลักการเรียงโดย mookiez

About Me :D
Name : กี้

Age : 15 เดือน <= หลอกเล่น แต่คงไม่มีใครเชื่อ :p
User : mookiez
Email : monkey_monk_bunny@hotmail.com
Tel : 087918XXXX <= หากต้องการหลังไมค์ค่ะ ระบุด้วยนะคะว่าเอาไปทำไม > <
PS* หากอายุมากกว่ากี้ แทนตัวเองว่าพี่ตอนส่งเมลมาแลกได้นะคะ เพราะ กี้ก็ไม่รู้ว่าใครอายุเท่าไหร่ ._. กลัวเกิดปัญหากับพี่บางคนที่ถือเรื่องอายุสำคัญน่ะค่ะ (ไม่ได้ว่าน้า TOT)
PS* หากอายุน้อยกว่ากี้ ไม่ต้องเรียกกี้ว่าพี่นะคะ เราอายุเท่ากันได้เสมอ 5555555 5

อ่านก่อนแลกนะจ๊ะนะจ๊ะ
1. ไม่โกงกันนะคะ คนโกงช่วยปิดกระทู้เลยค่ะ
2. อย่าโลเล ตกลงแล้วห้ามยกเลิก
3. มีมารยาทในการพูดด้วยนะคะ พูดจายังไงมากี้ก็ตอบแบบนั้นไปค่ะ
4. อัตราพอสมควร ไม่เวอร์เกินเหตุนะคะ
5. ของต้องไม่มีตำหนิ หรือ ทำขึ้นเองค่ะ
6. ไม่ตามนะคะ สำหรับคนที่เสนอมาเเละเราตอบกลับแล้วหายเงียบไป***
7. เมื่อตกลงแลกกัน ส่งของให้เราภายใน 3 วันค่ะ หรือมีเหตุผลส่งช้าช่วยเเจ้งด้วยค่ะ***
8. การแลกเสร็จสิ้นเมื่อตกลงข้อเสนอ และ แลกที่อยู่เรียบร้อยแล้วค่ะ******

วิธีดู STATUS นะจ๊ะนะจ๊ะ
สำหรับของที่ต้องการ
example : รอของ  สามารถเสนอมาได้ค่ะ
example : กำลังคุย สามารถเสนอมาได้ค่ะ
example : หาแลกได้เเล้ว ไม่รับข้อเสนอแล้วค่ะ
  : UPDATE ของที่ต้องการเพิ่มจากกระทู้ก่อนค่ะ

สำหรับของที่มี
example
: รอส่ง  สามารถเสนอมาได้ค่ะ

example : กำลังคุย สามารถเสนอมาได้ค่ะ
example : หมด ไม่รับข้อเสนอแล้วค่ะ
  : UPDATE ของที่มีเพิ่มจากกระทู้ก่อนค่ะ
 : NEW ของใหม่ที่มีค่ะ
*** : หนังสือเล่มโปรดของกี้ ต้องการอัตราดีค่ะ
 
หนังสือที่มี
หมวดหมู่ 001 : Sweet Asian
- Full House 1 [169]
- หัวใจอลวน คนสองคนกับความรัก [199]
 
หมวดหมู่ 002 : ความรู้สึกดี... ที่เรียกว่ารัก
    ชุดติดเลข
- เล่ม 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 12 13 14 17 18 19 25 26 32
 
    ชุดพิเศษ
- รักหวานๆของมันแกว [119]***

- หัวใจขี้อายของนายยีราฟ [129]***
- กระต่ายในเงาจันทร์ [139]***
- บอสหน้าตายกับยัยสอางค์ [129]***

- ทะเลหัวใจที่ปลายฟ้า [169]*** 
- เหตุเกิดเพราะแสงจันทร์ [119]***
- ปฏิบัติการรักฉบับนางฟ้า [139]***
***
- นางเอก... นอกบท [219]***  
- Game Over... ปิดบัญชี(รัก)  [169]******  
- ร้ายดีนัก... รักซะเลย [179]******  
- ยิ่งเกลียด(เธอ) ยิ่งเจอรัก [219]***  
- ลิขิตหัวใจ... ด้วยไพ่รัก [199]******  
- ตีตราค่าหัวใจ [219]******   
- เครือข่ายผู้สื่อรัก [139]
- ต่างรักตรงใจ [269]
- ลางบรรเลง [139]
- การเดินทางของหัวใจ... ใต้ดวงดาว [219]
- หลอนรักนักเขียนผี [159]
- เรื่องรักสองเวลา [219]
- โอ้โฮ! ความรัก [149]
- น้ำแข็งไสใส่ความรัก [149]
- รักร้อยรอยแค้น [209]
- จันทราธิษฐาน [219]
- ด้วยรักและฆาตกรรม [139]
- ลางลับ... สัมผัสรัก [179]
- คลี่ปมร้าย คลายปมรัก [189]
- สายลับกับสาวน้อย [229]
- ลิขิตลับชะตารัก [189]
- ความรู้สึกดี... ที่เรามีกัน  [149]
- ปากร้าย หัวใจรัก [189] 
- ความรู้สึกดี... ไม่มีวันจาง [129]  
- คนแปลกหน้า... คุ้นเคยใจ [259]  
- สืบหัวใจ ไขคดีเลือด [139]  
- แผนร้อนซ่อนรัก [189]   
- Hate at first sight ร้ายแรกพบ [249]  
- รักวันละนิด [139]   
- รหัสนั้นชื่อ... เธอคือหัวใจ [179]
- Flying Heart... เมื่อหัวใจออกเดินทาง [149]
- ร้ายเท่ารัก [219] 
- ภาพฝันวันรัก [129]
- คู่ร้ายสลับรัก [199]
- หวานรัก นักสืบจำเป็น [139]
- รักครั้งสุดท้ายที่ปลายรุ้ง [ได้มาจากงาน 10 ปีแจ่มใส มีปั๊มที่สันหนังสือค่ะ]
- วัวหลักพันใจ [159]
- ปมร้ายหัวใจรัก [189]
- ปมร้ายกรุ่นไอรัก [239]
- มอญซ่อนรัก [229]
- เมื่อรักทอประกาย [229]
- Zombie Prince... รักลวงใจ [209]
- Why do I love you so?! [159]
- ทะเลนี้มีรัก [179]
- รักสามัญประจำใจ [229]
- อ้อมกอดของสายหมอก [149]
- เก็บหัวใจไว้เพื่อรัก [169] 
- มิติดวงใจในห้วงฝัน [139]
- TSUYU... คือฤดูฝนของหัวใจ [159]
- บุษบารักร้อย [119] 
- หาดทราย หุ่นขี้ผึ้ง บทที่หนึ่งความรัก [189] 
- ตะวันส่องใจ [249]
- โอบทะเลไว้ด้วยไอรัก [159]***

หมวดหมู่ 003 : Jamsai Love Series
- นาทีรักสะกิดหัวใจอันตรายนายจอมแสบ
   
 
หมวดหมู่ 004 : Dreamland of Love
 
หมวดหมู่ 005 : Magic Cafe
 
หมวดหมู่ 006 : มากกว่ารัก
 
หมวดหมู่ 007 : cookie
- คู่หมั้นกำมะลอ [99]
 
หมวดหมู่ 008 : In Love (หนังสือแนวเก่าของแจ่มใสค่ะ)
- The Sound of wave เสียงรักจากเกลียวคลื่น 
 
หมวดหมู่ 009 : สนพ.อื่นๆ
- รออัพค่ะ สอบถามมาก่อนได้เลยค่ะ :)
 

 
หนังสือที่ต้องการ

 
 
 
ตอนนี้ยังไม่รับซื้อหนังสือนะคะ นอกจากคุณภาพดีและถูกมากจริงๆค่ะ
 299207900243548230.gif picture by fuyu_034
 


edit @ 20 Oct 2011 20:50:43 by monkiiz_monk